บทบาทครบถ้วนแล้ว นักเรียนหลักสูตรตัวแทนออกของ

      และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันสอบเพื่อทำบัตรตัวแทนออกของของกรมศุลกากร วันที่ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆมากอีกครั้งในชีวิต เพราะเป็นการสอบที่เป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกในรอบหลายปีหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยมา สอบหนนี้เต็มที่มากๆ เตรียมตัวแน่นปึ๊ก เนื้อหาแม่นเป๊ะๆ  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ แน่นตรงไหนเนี่ย เรียนก็หลับ วิชาน่าเบื่อก็เอาแลบท๊อปไปนั่งทำงาน(หน้าผู้สอน) อ่านเตรียมสอบเมื่อคืน แถมเป็นการทบทวนเนื้อหาไป ทำงานเนตไป ฟังเพลงบรรเลงไป กว่าจะได้นอนก็ตีสอง ตื่นหกโมงเช้า … เป็นผู้ชายแสนเลว นอนหลับบนรถเมลล์ให้สาวๆยืนโหนยังกับชะนี ลิง ค่าง ก็จะให้ทำไงเนี่ยคนมันง่วงนี่หว่านอนก็น้อยหลายๆคืน เครียดอีก มีเวลาก็ขอเหอะงีบๆนิดหน่อย อิอิ ^ ^
      สอบเสร็จออกมา โอ้วแม่เจ้า ติวมาตรงนิดเดียว ดีนะเนี่ยไม่ได้อ่านเยอะ เอาเวลามาทำงานซะมาก แต่ก็มีความรู้ที่ติดปลายสมอง อาศัยช่วงเรียนที่หลับบ้าง ตั้งใจบ้าง จำๆเนื้อหาพอทำข้อสอบได้บ้าง เหลือแค่ลุ้นหละว่าจะผ่านไหม ผ่านด้วยเถอะ สาธู๊

      ภาพห้องสอบคงมีไม่ได้ ก็เลยเอาภาพเวิ้งเจ้าพระยาจากมุมสูง ถ่ายบนอาคาร 120 ปี กรมศุลกากร มาฝากครับผม

เวิ้งเจ้าพระยา

เวิ้งเจ้าพระยา 2

เวิ้งเจ้าพระยา 3

make a comment

New Fanta Drinking Package

ช่วงนี้กระแสเครื่องดื่มน้ำอัดลมกำลังกลับมา (เล็กน้อย) เนื่องจากการปรับรูปลัษณ์ใหม่ทั้งแบบขวด PET และขนาดกระป๋อง โดยเฉพาะขนาดกระป๋องอลูมิเนียม โดยค่ายแรกที่เดินเกมนส์ก่อนก็คือ ไทยน้ำทิพย์ ผู้ผลิตเครื่องดื่มโค๊ก แฟนต้า สไปรท์ นั่นเอง มีภาพประกอบด้วยครับ อิอิ

ขนาดบรรจุเดิมของเครื่องดื่มกระป๋องอลูมิเนียมคือ 325 ml ราคาขายประมาณ 14 บาท (หนึ่งบาทซื้อน้ำได้ 23.214 ml) แต่บรรจุภัณฑ์ขนาดใหม่จะบรรจุที่ 240 ml ราคาขาย 10 บาท (หนึ่งบาทซื้อน้ำได้ 24 ml) จากที่แสดงให้ดูจะเห็นว่า ผู้บริโภคจ่ายเงินในอัตราราคาต่อปริมาตร เท่าเดิมเพื่อดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ แล้วผู้ผลิตจะได้อะไรจากการปรับขนาดบรรุภัณฑ์ครั้งนี้หละ
1.โอกาสคนซื้อที่จะมากขึ้น เนื่องจากจ่ายเงินลดลงแต่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่ตนต้องการ แม้ว่าจะน้อยลงแต่ก็สมกับราคาที่จ่ายไป
2.จำนวนคนซื้อบริโภคจะมากขึ้น เมื่อเทียบกับปริมาตรเครื่องดื่มที่ขายออกไป เป็นการกระจายผู้บริโภค
3.ขนาดของบรรจุภัณฑ์ที่เล็กลง ทำในการบรรทุกเพื่อเคลื่อนย้าย ถ่ายโอน ทำได้ในปริมาณกระป๋องที่มากขึ้นแม้ว่าน้ำหนักบรรทุกจะเท่าเดิม
จากภาพที่แสดง จะเห็นว่า ขนาดบรจุเดิม 4 กระป๋องมีความสูงเท่าขนาดบรรจุใหม่ 5 ประป๋อง …. เห็นชัดๆเลยทีนี้
“ปัญหามีไว้ให้แก้ไข”  ในเมื่อกำลังซื้อลดลงเนื่องจากราคาของสินค้าที่มากขึ้นเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น  ก็ทำการลดขนาดลงเพื่อให้ราคาถูกลงและผลจากการลดขนาด ก็ส่งผลให้การกระจายสินค้าถึงผู้บริโภคทำได้มากกว่าเดิม

make a comment

คิดมาก แล้วได้อะไร


     
      ช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียดๆเข้ามาในชีวิตของผม แถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน หลายมุม เรียกได้ว่ามารอบตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเรื่องการงาน การเงิน สังคม รวมทั้งภาระและภาวะต่างๆที่สั่งสมมานาน จนมีบางช่วงขณะของเวลา ผมคิดอยากหายๆตัวไปซะ หายไปจากการมีชีวิตอยู่ แต่ก็เป็นห่วงคนที่อยู่หลังจากเราจากไป ทั้งแม่ พี่ชาย พี่สาว หลานๆ ญาติ ผองเพื่อน คนสนิททุกคน รวมทั้งเจ้าหนี้ทั้งหลาย ก็ทำได้แค่คิดๆๆๆๆ สารพัดความคิด 
“สู้ว๊อย ชีวิตมันก็แค่นี้” 
“นั่งแต่มอง มือไม่ทำ แล้วจะได้อะไร” 
“เงินทองหาไม่ยาก อยู่ที่จะคว้าจะจับอะไรมาปั้นเป็นเม็ดเงิน”
       … และอีกหลากหลายความคิดที่พรั่งพรูออกมาในช่วงจิตใจตกต่ำ ซึ่งความคิดเหล่านี้มักจะหลั่งไหลออกมาทำให้น้ำตาตกใน จนหลายครั้งมันเอ่อล้นออกมาจากตาที่ตี่ๆของผมคู่นี้อาบแก้มสองข้างให้เปื้อนเป็นทาง
       ทำไมต้องร้องไห้ ทำไมต้องเสียน้ำตา .. คำถามเหล่านี้เกิดอยู่ตลอดเวลาที่น้ำตาไหล คงเพราะยังไม่เคยมีเรื่องดีดีเข้ามาให้ชีวิตที่แย่ๆของผมดีขึ้นเลยมั๊ง ตลอดเวลามีแต่ปัญหา และขวากหนามให้เดินลุยผ่าน ทั้งลุยตรงๆเอาไม้เขี่ยหนามให้ออกข้างทาง หรือแม้กระทั่งเดินอ้อมขวากหนามเหล่านั้นไปผมก็ทำ แล้วผลที่ได้หละ “ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย” << เป็นคำที่ผมท่องจนขึ้นใจ >> จนหลายๆครั้งผมบอกกับตัวเองว่าแล้วเอ็งจะร้องไห้ไปทำไมวะเนี่ย ร้องแล้วไม่ได้อะไรสักอย่าง …. แล้วผมก็ได้คำตอบ การร้องไห้ทำให้ผมรู้สึกโล่งสมองมากขึ้น เพราะช่วงเวลาที่ร้องไห้เป็นเวลาที่ผมอยู่กับความคิดของตัวเองมากที่สุด หลังจากน้ำตาแห้งไป สมองกลวงๆ โตๆ ของผมก็จะว่างเปล่า ความคิดที่เคยแบกที่เคยสั่งสมจะหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความเคว้ง ความโล่ง จนสบายใจขึ้น
  
        ผมมักจะโดนถามบ่อยครั้ง แล้วเอ็งจัดการยังไงกับปัญหา ทำไมไม่หางานหรือทางทำเงินเพิ่มเติม
     …. ได้ฟังเช่นนี้ผมก็นิ่งไปชั่วขณะ ในสมองก็วิ่งปรู๊ดๆๆๆๆๆเพื่อหาคำตอบออกมา “ก็ทำงานทางเนตไง” เป็นคำตอบที่ผมมักตอบทุกคนที่ถาม แล้วก็จะโดนคำถามกลับมา
         มันพอใช้หนี้หรอวะ …” ยังไม่พอเลยหวะ ” แถมยังรายได้ไม่แน่นอนอีก แต่ก็ได้เดือนเกือบสองหมื่นนะ พอๆกับไปทำงานกินเงินเดือนนอกบ้าน …
         แล้วเอ็งทำไมไม่ไปทำงานกินเงินเดือนแล้วเอาเวลาที่เหลือมาทำงานทางเนตหละเนี่ย   ”อยากไปนะ แต่….เราไม่เคยทำงานกินเงินเดือนเลย เราอยู่กับงานของตัวเองมาตลอด แล้วจะทนไหวไหมเนี่ย”  ผมได้แต่บอกเพื่อนๆไปแบบนี้ เพราะในใจลึกๆก็หวังมุ่งงานทางอินเตอร์เนต ที่รายได้ไม่แน่นอนนี่แหละ แต่ความไม่แน่นอนไม่ใช่ว่ามีแค่ด้านลบ แต่มีด้านบวกเช่นกัน ทำไมนะหรอ ก็เพราะมันไม่มีขอบเขตของรายได้ไงหละ พยายามมาก ใส่ใจในงานมา ก็ย่อมมีโอกาสได้เงินมาก และเราก็พยายามทำอยู่แม้จะยังไม่เต็ม 100 แต่ก็มากเท่าที่จะไหวในตอนนี้ และจะใกล้ 100 มากยิ่งขึ้น ….. และวันนั้นรายรับจะเข้ามาหาผม มากพอที่จะทำตามความฝันได้ แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ทีละเล็กละน้อยก็ยังดี >>> ชีวิตไม่สิ้น ก็ดิ้นต่อไป …. แล้วจะมาบ่นอีกเรื่อยๆครับ ^ ^

make a comment

จิบกาแฟ เสวนากับเหล่าเทพ ณ.บ้านไร่กาแฟ

     เป็นวันเหนื่อยมากๆ ทั้งง่วง ทั้งเพลีย สุดๆไปเลย เรียนติวเสร็จกระผมนายตี๋ขายยาก็ซ้อนมอไซด์พร้อมบอกลั่นกระบอกหู “เพ่ BTS ด่วนครับ” ด้วยความด่วนมากเกือบโดนรถเบนซ์สปอตสอยไปกินซะแล้ว เพราะพี่มอไซด์ตัดหน้ารถที่กำลังเข้าซอยโรงแรม เกือบไปแล้วตรูรอดไป ลงมอไซด์ก็จั้มอ้าวๆ ขึ้น BTS สถานี พร้อมพงษ์ ไปสถานีเอกมัยโดยด่วน
     พอถึงก็พบกับเหล่าเทพ ยังกับดูแปดเซียน+พระสังข์ทองเลย เหล่าเทพรวมตัวกันเยอะมาก เทพซุ่ม เทพซ่อน เทพเปิดเผย และเทพอื่นๆอีกมากมาย ไปคราวนี้ได้ความรู้เต็มสมอง กำลังไฟเต็มกระบอก พร้อมที่จะสู้งานและพร้อมที่จะสร้างไอเดียใหม่ๆเพื่อหาเงินทางอินเตอร์เนต โย๊วๆๆๆ สู้ๆ
     เสวนากาแฟเสร็จ (ไปทีหลังเขาเลยรู้น้อยไปหน่อย) ก็เสวนาเบียร์ต่อ แต่ผมน้ำเปล่าครับเข้าพรรษาแอลกอฮอล์ของดไว้ก่อน (เปรี้ยวปากวุ๊ย) เสวนาไป ตากฝนไปเพราะฝนตกหนักมากๆ เหมือนละครเลยทานอาหารท่ามกลางสายฝนพรำๆ แต่ประทานโทษครับ “ฟ้ารั่วเลย” ตกหนักอิบอ๋าย ทานข้าวไป ดื่มไป เปียกละอองฝนกันทั่วหน้า ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งดี พอฝนหยุดอากาศเย็นสบาย เบียร์หลอด สอง สาม …  ถูกยกมาเรื่อยๆ เหล่าเทพก็ได้เวลาเผยเคล็ดลับสารพัดกลยุทธ ทั้งคีย์เวิร์ด วิธีการ ไอเดีย สินค้า การแข่งกันเอง ฮ่าๆๆๆๆ สุดยอดไปเลย แต่เพราะความง่วง ผมเลยต้องขอตัวกลับบ้านก่อน ไม่ได้อยู่จนถึงเวลาเหล่าเทพ “ปลิ้นกลยุทธ” ว๊า เสียดายจังโอกาสหน้าเอาใหม่ อิอิ

ขอบคุณรูปจากบอร์ด sem.or.th และขอบคุณทุกท่านที่ได้พบและถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆมากมาย

make a comment