ช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียดๆเข้ามาในชีวิตของผม แถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน หลายมุม เรียกได้ว่ามารอบตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเรื่องการงาน การเงิน สังคม รวมทั้งภาระและภาวะต่างๆที่สั่งสมมานาน จนมีบางช่วงขณะของเวลา ผมคิดอยากหายๆตัวไปซะ หายไปจากการมีชีวิตอยู่ แต่ก็เป็นห่วงคนที่อยู่หลังจากเราจากไป ทั้งแม่ พี่ชาย พี่สาว หลานๆ ญาติ ผองเพื่อน คนสนิททุกคน รวมทั้งเจ้าหนี้ทั้งหลาย ก็ทำได้แค่คิดๆๆๆๆ สารพัดความคิด 
“สู้ว๊อย ชีวิตมันก็แค่นี้” 
“นั่งแต่มอง มือไม่ทำ แล้วจะได้อะไร” 
“เงินทองหาไม่ยาก อยู่ที่จะคว้าจะจับอะไรมาปั้นเป็นเม็ดเงิน”
       … และอีกหลากหลายความคิดที่พรั่งพรูออกมาในช่วงจิตใจตกต่ำ ซึ่งความคิดเหล่านี้มักจะหลั่งไหลออกมาทำให้น้ำตาตกใน จนหลายครั้งมันเอ่อล้นออกมาจากตาที่ตี่ๆของผมคู่นี้อาบแก้มสองข้างให้เปื้อนเป็นทาง
       ทำไมต้องร้องไห้ ทำไมต้องเสียน้ำตา .. คำถามเหล่านี้เกิดอยู่ตลอดเวลาที่น้ำตาไหล คงเพราะยังไม่เคยมีเรื่องดีดีเข้ามาให้ชีวิตที่แย่ๆของผมดีขึ้นเลยมั๊ง ตลอดเวลามีแต่ปัญหา และขวากหนามให้เดินลุยผ่าน ทั้งลุยตรงๆเอาไม้เขี่ยหนามให้ออกข้างทาง หรือแม้กระทั่งเดินอ้อมขวากหนามเหล่านั้นไปผมก็ทำ แล้วผลที่ได้หละ “ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย” << เป็นคำที่ผมท่องจนขึ้นใจ >> จนหลายๆครั้งผมบอกกับตัวเองว่าแล้วเอ็งจะร้องไห้ไปทำไมวะเนี่ย ร้องแล้วไม่ได้อะไรสักอย่าง …. แล้วผมก็ได้คำตอบ การร้องไห้ทำให้ผมรู้สึกโล่งสมองมากขึ้น เพราะช่วงเวลาที่ร้องไห้เป็นเวลาที่ผมอยู่กับความคิดของตัวเองมากที่สุด หลังจากน้ำตาแห้งไป สมองกลวงๆ โตๆ ของผมก็จะว่างเปล่า [...]